
ในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันมีขนสีขาวนุ่มนวล ดวงตาสีแดงสดใส แต่นอกเหนือจากความน่ารักแล้ว กระต่ายตัวนี้ยังมีความพิเศษที่เหนือกว่ากระต่ายทั่วไป มันคือพระโพธิสัตว์ผู้ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อความมีสมาธิ
ในขณะที่กระต่ายตัวอื่นๆ มักจะวุ่นวาย วิ่งเล่นไปมา หรือคอยระแวงภัยอยู่เสมอ กระต่ายพระโพธิสัตว์กลับชอบที่จะนั่งนิ่งๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ปล่อยใจให้สงบ และสังเกตการณ์สิ่งรอบข้างอย่างใคร่ครวญ
วันหนึ่ง มีนักล่าผู้หนึ่งเดินเข้ามาในทุ่งหญ้า เขาเห็นกระต่ายน้อยตัวนั้นกำลังนั่งนิ่งๆ อยู่
“โอ้! กระต่ายน้อยตัวนี้น่ารักเสียจริง” นักล่ากล่าว “ถ้าจับมันไปถวายพระราชา คงจะทรงโปรดปรานมาก”
นักล่าจึงค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ หมายจะจับตัวกระต่ายน้อย แต่ด้วยความที่กระต่ายพระโพธิสัตว์มีจิตที่ตั้งมั่นและระลึกรู้ถึงสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ มันจึงสัมผัสได้ถึงเงาของนักล่าที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“มีบางสิ่งกำลังเข้ามา” กระต่ายน้อยคิดในใจ “แต่ไม่ต้องตกใจ”
ขณะที่นักล่าย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนเกือบจะถึงตัวแล้ว กระต่ายน้อยก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสงบ
นักล่าตกใจเล็กน้อยที่กระต่ายน้อยไม่ตกใจวิ่งหนีไปทันที “เจ้าไม่กลัวข้าหรือ?” เขาถาม
“ทำไมข้าจะต้องกลัว?” กระต่ายน้อยตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ
“ก็ข้าเป็นนักล่านะ!” นักล่ากล่าวอย่างฉุนเฉียว “ข้าจะจับเจ้าไป”
“ท่านจะจับข้าไปทำไมเล่า?” กระต่ายน้อยถาม “ท่านได้อะไรจากการจับข้าไป?”
“ข้าจะได้รางวัลจากพระราชา!” นักล่าตอบ
“แล้วท่านคิดว่า ข้าจะมีความสุขหรือไม่ หากถูกจับไป?” กระต่ายน้อยถามต่อ “การจับผู้อื่นไปย่อมสร้างความทุกข์ให้แก่ผู้นั้น”
“ชีวิตของเจ้ามันก็เป็นเช่นนี้แหละ” นักล่ากล่าว “เจ้าต้องพร้อมที่จะถูกจับ”
“แต่หากท่านสามารถหาความสุขได้โดยไม่ต้องเบียดเบียนผู้อื่นเล่า?” กระต่ายน้อยเสนอ “ท่านอาจจะลองพิจารณาดู”
นักล่าเริ่มรู้สึกฉงนกับคำพูดของกระต่ายน้อย เขาไม่เคยคิดถึงมุมมองเช่นนี้มาก่อน
“ท่านพูดเหมือนกับว่า ท่านมีความสุขกับการถูกจับ” นักล่ากล่าว
“ข้ามีความสุขกับการใช้ชีวิตอย่างสงบ” กระต่ายน้อยอธิบาย “แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่หากจิตใจยังคงตั้งมั่นอยู่ได้ ความสุขก็ย่อมมีอยู่”
นักล่ามองดูกระต่ายน้อยด้วยความประหลาดใจ มันดูสงบนิ่ง ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ราวกับมันเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชีวิต
“ท่านสอนอะไรข้าหลายอย่างเลย” นักล่ากล่าว “ข้าคงไม่อาจจับท่านไปได้”
นักล่าตัดสินใจที่จะปล่อยกระต่ายน้อยไป เขาเดินจากทุ่งหญ้าไปด้วยจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไป
กระต่ายน้อยมองตามหลังนักล่าไป ก่อนจะกลับมานั่งนิ่งๆ ใต้ต้นไม้อีกครั้ง ด้วยจิตใจที่สงบ และพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสิ่ง
เรื่องราวของกระต่ายผู้มีสมาธิ ได้สอนให้เห็นว่า การมีจิตใจที่ตั้งมั่นและสงบ สามารถนำพาให้เราผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบาก และสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้อื่นได้
— In-Article Ad —
สมาธิ คือพลังที่ทำให้จิตใจสงบ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้า และสามารถมองเห็นความจริงของชีวิต
บารมีที่บำเพ็ญ: ฌานบารมี
— Ad Space (728x90) —
281ติกนิบาตกุฏิกาชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในแคว้นมคธ ณ เชตวันมหาวิหาร มีพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ วา...
💡 กิเลสเป็นสิ่งยั่วยวนให้หลงผิด หากจิตใจไม่เข้มแข็ง อาจพ่ายแพ้ต่อกิเลสได้ง่าย
224ทุกนิบาตสิริวิชยชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่มนุษย์และเทวดายังมีปฏิสัมพันธ์กันได้ มีเมืองอันรุ่งเรือ...
💡 คุณธรรมและบารมีที่สั่งสมมา เป็นเกราะป้องกันภัยอันยิ่งใหญ่ การต่อสู้ด้วยสติปัญญาและความเมตตา สามารถนำมาซึ่งชัยชนะที่ยั่งยืนและสันติภาพ
122เอกนิบาตสารัททชาดก ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ป่าเขียวขจี และสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต...
💡 ความเมตตาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด สามารถเอาชนะความโกรธ ความเกลียดชัง และความอาฆาตแค้นได้ การให้อภัยและการเสียสละ ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
42เอกนิบาตมหาปัญญชาดก ครั้งหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงครองราชย์ด้วยทศพิ...
💡 ปัญญาที่แท้จริงย่อมปราศจากอคติ และไม่ถูกจำกัดด้วยชาติกำเนิด
39เอกนิบาตอุกกุฏฐิตชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าพรหมทัตต์ทรงดำรงราชสมบ...
💡 สติปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติ ยศศักดิ์ หรือลาภสักการะ เพราะสติปัญญาสามารถนำพาให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง.
67เอกนิบาตผู้มีจิตเมตตาต่อศัตรูณ กรุงราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจ...
💡 การมีเมตตาต่อศัตรูนั้น ย่อมนำมาซึ่งการให้อภัย และความสงบสุข.
— Multiplex Ad —